random xúc xắc

ThaiPublica > คอลัมน์ > ฮาร์ลาน โคเบน เทพจอมหักมุม Fool Me Once

ฮาร์ลาน โคเบน เทพจอมหักมุม Fool Me Once

28 มกราคม 2024

1721955

Fool me once, shame on you. Fool me twice, shame on me. ผู้เขียนจำไม่ได้ว่าเคยเห็นสำนวนนี้ในหนัง Saw ภาคไหนสักภาค ถูกแปลเป็นไทยได้กระชับเข้าใจง่ายเหลือเกินว่า “หลอกฉันได้ครั้งนึง…แกมันชั่ว หลอกฉันได้อีกครั้ง…ฉันมันโง่เอง” เว็บ grammarist อธิบายว่าสำนวนนี้ปรากฏครั้งแรกเมื่อสามร้อยเจ็ดสิบกว่าปีก่อนในหนังสือ The Court and Character of King James เขียนโดย แอนโธนี เวลดอน ฉบับตีพิมพ์ใหม่ในปี 1651 ความว่า “ชาวอิตาเลียนมีสุภาษิตที่ว่า ‘ผู้ที่หลอกลวงฉันได้ครั้งหนึ่ง นั่นเป็นความผิดของเขา แต่ถ้าสองครั้ง มันเป็นความผิดของฉันเอง’” ‘He that deceives me once, it’s his fault; but if twice, it’s my fault.’ ง่าย ๆ ว่ามันเป็นคำเตือนใจที่สอนว่า “อย่าหลงกลอีกเป็นซ้ำสอง”

คำถามคือ ในซีรีส์ที่เราจะเอ่ยถึงคราวนี้ ใครกันบ้างที่หลงกล, คนตาย, นางเอก, นักสืบ, เหยื่อทั้งหลาย, ตัวบอสใหญ่ผู้ชักใยเบื้องหลัง, กลุ่มทุนยักษ์, เหยื่อที่ไม่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อ, กลุ่มลูกค้าผู้ใช้ยาที่ผลิตโดยกลุ่มทุนยักษ์, นักข่าว, กองทัพ, พวกจอมแฉ หรือวิสเซิลโบลว์เออร์ (Whistleblower) หรือ…คนดู (หรือคำตอบทุกข้อรวมกัน)

Fool Me Once เป็นมินิซีรีส์ฝั่งอังกฤษ 8 ตอนจบ เปิดเรื่องด้วยเหตุการณ์ในอดีตที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องอะไรเลยกับโครงเรื่องหลัก (หรือเกี่ยว?) ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ปัจจุบันในพิธีศพของ โจ เบอร์เก็ตต์ (ริชาร์ด อาร์มิเทจ) สามีของ มายา สเติร์น เธอมีลูกสาวอายุยังน้อย ก่อนที่จะพบว่าหลังจากนั้นไม่นานเธอได้เช็คคลิปจากกล้องแอบส่องพี่เลี้ยงเด็ก ในคลิปนั้นเธอเห็น โจ ปรากฏตัวขึ้นราวกับเขายังไม่ตาย หลาย ๆ คนเข้าใจว่าคงเป็นเพราะมายากำลังเครียดจึงเห็นภาพหลอน ขณะเดียวกัน ซามี เคียร์ซ (อดีล อัคตาร์) นักสืบเอกชนก็เทียวเข้ามาสืบสาเหตุการตายของ โจ หลังจากนั้นไม่นานเรื่องก็ค่อย ๆ เผยขึ้นว่า โจ เสียชีวิตเพียงไม่กี่เดือนให้หลังจาก แคลร์ วอล์คเกอร์ (นาตาลี แอนเดอร์สัน) พี่สาวของมายาที่เพิ่งมาเสียชีวิตด้วยเช่นกัน

กล่าวคือถ้าไล่ตามไทม์ไลน์ แคลร์ พี่สาวของมายา เสียชีวิต ถัดไปไม่กี่เดือน โจ สามีของมายา ก็มาเสียชีวิตอีก แล้วพอหลังจากงานศพ มายา ก็เห็น โจ กลับมาเยี่ยมลูกผ่านคลิปจากกล้องแอบถ่าย เหตุการณ์เอ๊ะ ๆ ที่ตกลงแล้วเกี่ยวกัน หรือไม่เกี่ยวข้องกันเลย ค่อย ๆ ถูกขยัก ขมวดปม แล้วคลี่ออก ก่อนจะหักมุมไปมาอย่างมีชั้นเชิงเป็นเหตุเป็นผลเข้าใจได้ และสาวสางไปถึงกลุ่มทุนนายใหญ่ที่ชักใยในคดีหักเหลี่ยมโหดครั้งนี้ และนี่เป็นอีกครั้งของซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันของ ฮาร์ลาน โคเบน

นิยายของ ฮาร์ลาน โคเบน ถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ไปแล้ว 7 เรื่อง โดยภายในปี 2026 ยังจะมีอีก 2 เรื่อง รวมทั้งหมดอย่างน้อย 9 เรื่อง แถมยังมีข่าวลือว่าเขากำลังเตรียมจะเปิดตัวตัวละครสำคัญ ไมรอน โบลิทาร์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสืบสวนในนิยายอีกหลายเล่มของเขา สัญญาระหว่างเน็ตฟลิกซ์กับ โคเบน เกิดขึ้นในปี 2018 โดยเบื้องแรกคือการดัดแปลงนิยายของเขากี่เรื่องก็ได้จาก 14 เล่ม และทั้งหมดต้องเป็นชื่อของ โคเบน ในการอำนวยการสร้าง กระทั่งต่อมาเมื่อตุลาคม 2022 สองปีที่แล้วนี้เองเน็ตฟลิกซ์ขอขยายสัญญาออกไปอีก 4 ปี คือภายในปี 2026 นี้ที่พวกเขาจะยังคงทำงานร่วมกัน แต่ไม่ใช่แค่เน็ตฟลิกซ์เท่านั้นที่โคเบนทำงานด้วย ล่าสุดเมื่อสิงหาคมปีที่ผ่านมา ช่องไพร์มในเครืออะมาซอนก็เพิ่งปล่อยซีรีส์ 8 ตอนจบ Harlan Coben’s Shelter (2023) ออกมา

อันที่จริง โคเบน ไม่ใช่นักเขียนหน้าใหม่ นิยายของเขาถูกตีพิมพ์มาตั้งแต่ยุค 90 แต่เกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงมาฮอตเอาช่วงนี้ คงต้องย้อนกลับไปในปี 2006 ความสำเร็จแรกเลยเกิดจากหนังฝรั่งเศส Tell No One ผลงานกำกับของ กีโยม การ์เนต (พระเอกจากหนัง Love Me If You Dare, 2003 ผู้ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ) ที่ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของโคเบนในปี 2001 ที่นอกจากจะทำเงินด้วยรายได้สูงเป็นลำดับที่ 12 ในปีนั้นแล้ว ยังคว้า 4 รางวัลซีซาร์ตุ๊กตาทองฝรั่งเศส ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ตัดต่อยอดเยี่ยม และเพลงประกอบยอดเยี่ยม เว็บ Rotten Tomatoes ให้คะแนนความสดสูงถึง 94%

หนังได้ลุค เบสซง (ผู้กำกับชื่อดังยุค 80-90 จาก Nikita, The Big Blue, Leon, The Fifth Element) เป็นผู้อำนวยการสร้าง เล่าเรื่องของกุมารแพทย์ผู้สูญเสียภรรยาไปโดยฆาตกรต่อเนื่องเมื่อ 8 ปีก่อน ต่อมากุมารแพทย์นายนี้ดันไปพัวพันกับฆาตกรรมอีก 2 รายที่ชี้มาว่าเขาน่าจะเป็นฆาตกร ในเวลาเดียวกันเขาได้รับการติดต่อทางอีเมล์จากภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วของเขาว่า “อย่าบอกใครนะ” ก่อนที่เขาจะได้รับภาพจากกล้องวงจรปิดจากสถานีรถไฟแห่งหนึ่งที่ฉายให้เห็นว่าภรรยาของเขายังมีชีวิตอยู่ (พลอตคุ้นมั้ยเอ่ย แทบจะเป็นโลกคู่ขนานกับ Fool Me Once) ต่อมานิยายของเขาในปี 2003 No Second Chance ถูกดัดแปลงเป็นมินิซีรีส์ 6 ตอนจบด้วยชื่อเดียวกันในปี 2015 และอีกครั้ง นิยายปี 2004 Just One Look ก็ถูกดัดแปลงเป็นซีรีส์ฝรั่งเศสในปี 2017 ในระหว่างนั้นในปี 2016 โคเบน ได้นั่งแท่นผู้จัดและผู้อำนวยการสร้างของมินิซีรีส์อังกฤษ 10 ตอนจบ The Five ที่เล่าเรื่องของเพื่อนเก่า 4 คนกลับมาพบกันหลังจากไม่เคยเจอกันมาเลยตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เพื่อร่วมกันสืบเกี่ยวกับคดีของเด็กคนที่ 5 ในแก๊ง ที่เคยถูกฆาตกรฆ่าต่อเนื่องฆ่าตายไปเมื่อ 20 ปีก่อน

กระทั่งในปี 2018 โคเบน เป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับมินิซีรีส์ 8 ตอนจบอีกเรื่อง Safe ที่เล่าเรื่องของ ทอม ศัลยแพทย์เด็กที่เพิ่งสูญเสียภรรยาไปจากโรคมะเร็งเมื่อปีก่อน เขากำลังอยู่ในช่วงตึงเครียดกับลูกสาววัยรุ่น 2 คนของเขา แต่แล้ววันหนึ่ง เจนนี่ ลูกสาวคนโตก็หายตัวไปทำให้เขาต้องทำทุกทางเพื่อตามหาลูกสาวคืนมา

แล้วนับตั้งแต่นั้นเองเน็ตฟลิกซ์ก็จับโคเบนเซ็นสัญญาทันทีในปี 2018 ทำให้นับตั้งแต่ปี 2020 เน็ตฟลิกซ์ให้สตรีมมิ่งซีรีส์ที่สร้างจากนิยายของโคเบนที่สตรีมไปแล้ว 7 เรื่อง และอีก 2 เรื่องในอนาคต รวมกัน 9 เรื่อง คือ The Stranger (2020 ซีรีส์อังกฤษ 8 ตอน), The Woods (2020 ซีรีส์โปแลนด์ 8 ตอน), The Innocent (2021 ซีรีส์สเปน 8 ตอน), Gone for Good (2021 ซีรีส์ฝรั่งเศส 5 ตอน), Stay Close (2021 ซีรีส์อังกฤษ 8 ตอน), Hold Tight (2022 ซีรีส์โปแลนด์ 6 ตอน), Fool Me Once (2024) และ Missing You กับ Run Away สองซีรีส์อังกฤษที่จะตามมาในอนาคต ซึ่งหลังจากการต่อสัญญาในปี 2022 ยังมีข่าวว่าตัวละครสำคัญ ไมรอน โบลิทาร์ จากนิยายชุดอันลือลั่นลำดับแรก ๆ ของ โคเบน จะกลายเป็นซีรีส์อีกด้วย

มายรอน โบลิทาร์
ซีรีส์ Myron Bolitar ปัจจุบันมีทั้งหมด 11 เล่ม คือ Deal Breaker (1995), Drop Shot กับ Fade Away (1996), Back Spin (1997), One False Move (1998), The Final Detail (1999), Darkest Fear (2000), Promise Me (2006), Long Lost (2009), Live Wire (2011) และ Home (2016) นอกจากนี้ยังมีภาคแยกเกี่ยวกับหลานชายของเขา มิคกี้ โบลิทาร์ อีก 3 เล่มคือ Shelter (2011), Seconds Away (2012) และ Found (2014) รวมถึงซีรีส์ Win (เพื่อนซี้ของโบลิทาร์) ที่เพิ่งเปิดฉากเล่มแรกไปเมื่อปี 2021

โบลิทาร์ เป็นหนุ่มหล่อ วัย 31 อดีตนักบาสเกตบอลดาวเด่นที่เข่าบาดเจ็บทำให้จำต้องหันเหไปเป็นเจ้าของ MB SportsReps (หรือเล่มหลัง ๆ เรียก MB Reps) อันเป็นเอเจนซี่ค่ายรวมดาราดาวเด่นในแวดวงกีฬาและเซเล็บ โบลิทาร์มาจากครอบครัวชาวยิวอพยพ พี่ชายเขาเสียชีวิตในอุบัติเหตุรถยนต์โดยพี่ชายคนนี้มีลูกชายชื่อมิคกี้ ซึ่งต่อมากลายเป็นนักสืบสำคัญในซีรีส์นิยายภาคแยก โบลิทาร์มีเพื่อนสนิท 2 คน คนหนึ่งคือ วิน หรือ วินเซอร์ ออนเนอร์ ล็อควูดที่ 3 เพื่อนซี้มหาเศรษฐีนิสัยประหลาดและเจ้าเล่ห์ (นายคนนี้ล่าสุดมีนิยายภาคแยก Win ในปี 2021 ที่ตอนนี้ข่าวว่าเน็ตฟลิกซ์หมายมั่นจะทำออกมาเป็นซีรีส์สปินออฟ หากว่า ซีรีส์ โบลิทาร์ประสบความสำเร็จ) อีกคนคือ เอสเปรันซ่า ดิแอส สาวสวยเลือดผสมที่เธอเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยในบริษัทก่อนจะขยับขั้นเป็นคู่หูของโบลิทาร์ในเล่มหลัง ๆ แต่ในนิยายเขามีแฟนอีกหลายคน อาทิ เจสสิก้า คัลเวอร์ ที่รักกันมายาวนานก่อนจะทิ้งเขาไป เอมิลี ดาวนิ่ง, เอลี่ ไวล์เดอร์ และเทเรซซี่ คอลลินส์ ที่ในเล่มหลัง ๆ เขาหมั้นกับผู้หญิงคนนี้แล้วลงเอยด้วยการแต่งงาน

ฮาร์ลาน โคเบน
เกิดเมื่อปี 1962 เทพนักเขียนนิยายสืบสวนระทึกขวัญจอมหักมุมชาวอเมริกัน เขาเกิดในครอบครัวชาวยิว มีแม่เป็นอดีตทนายความ พ่อเป็นเจ้าของโรงงาน ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ และเติบโตในเมืองลิฟวิงตัน ที่ซึ่งเขาเรียนจบชั้นมัธยม และมีเพื่อนสนิทวัยเด็กที่ต่อมาจะโตมากลายเป็นผู้ว่าการรัฐ คริส คริสตี้ ต่อมาเขาสำเร็จการศึกษาด้านรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยแอมเฮิร์สต์ และเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคม Psi Upsilon อันเป็นองค์กรที่ปรึกษาด้านการให้ทุนการศึกษา คนดังนักเขียนอีกคนที่อยู่ในองค์กรนี้และร่วมรุ่นกับ โคเบน ก็คือ แดน บราวน์ ผู้เขียนนิยายที่ดัดแปลงเป็นหนังอันลือลั่น The Da Vinci Code และ Angels & Demons

นับตั้งแต่ปี 1984 โคเบนทำงานในธุรกิจการท่องเที่ยวในบริษัทของปู่ ในช่วงเวลานั้นเองที่เขาใช้เวลาว่างในการเขียนนิยายเล่มแรกของเขา Play Dead ที่ตีพิมพ์ในปี 1990 ตอนที่โคเบนอายุเพียง 26 ปี โคเบนได้รับรางวัล แอนโธนี อะวอร์ด ในปี 1996 ในประเภท นิยายปกอ่อนยอดเยี่ยม จาก Deal Breaker อันเป็นเล่มแรกจากซีรีส์ไมรอน โบลิทาร์, ที่ทำให้เขาได้เข้าชิงรางวัลเอ็ดการ์ อะวอร์ดในปีเดียวกันนั้นด้วย ต่อมา Fade Away ของเขาได้รางวัลชามุส อะวอร์ดในปี 1997 และรางวัลเอ็ดการ์ อะวอร์ด สาขาต้นฉบับนิยายปกอ่อนยอดเยี่ยม รวมถึงเข้าชิงรางวัลอีกมากมาย ต่อมา Back Spin ของเขาคว้ารางวัลแบร์รี อะวอร์ดในปี 1998 จากนั้นในปี 2010 Live Wire ของเขาได้รางวัล RBA สาขานิยายอาชญากรรม คว้าเงินรางวัลไปกว่าแสนสองหมื่นห้าพันยูโร ปัจจุบันนิยายของ โคเบน ถูกแปลไปแล้วมากกว่า 40 ภาษา และขายได้มากกว่า 80 ล้านเล่ม

โคเบน เคยให้สัมภาษณ์กับเดอร์ การ์เดียนว่า “จริง ๆ แล้วเรื่องราวเหล่านี้ที่ผมเขียนหลายส่วนมาจากความทรงจำในอดีตของผมมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก ผมมักจะอ้างคำพูดของ Flaubert (กุสตาฟ เฟลาเบิร์ต 1821-1880 นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้แต่ง Madame Bovary) ซึ่งกล่าวไว้ว่า: ‘จงใช้ชีวิตสม่ำเสมอและเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนชนชั้นกระฎุมพี เพื่อที่คุณจะได้มีความรุนแรงและสร้างสรรค์ในผลงานของคุณ’ จริง ๆ แล้วชีวิตผมเป็นเหมือนสระน้ำอันสงบเรียบนิ่งมาก แต่ตลอดเวลาผมมักจะคิดในหัวเสมอว่า จะเกิดอะไรขึ้นนะถ้า อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก (ผู้กำกับหนังแนวระทึกขวัญชั้นครู) จะทำให้ผู้ชายธรรมดา ๆ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา”

keno online top 10 casino online casino trực tuyến baccarat online tải baccarat